ประวัติความเป็นมา

2
กองทัพเรือให้โอกาสสตรีเข้ามารับราชการเป็นเวลานานแล้ว ทหารหญิง ลูกจ้าง และพนักงานราชการหญิงของกองทัพเรือได้รับการยอมรับและดูแลจากสถาบันทหารมาโดยตลอด จนกระทั่งให้มีการจัดตั้ง “สำนักงานทหารเรือหญิงผู้ใหญ่” (สน.ทร.หญิง)
เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ จึงถือเป็นเกียรติแก่ทหารหญิงทุกคนที่พึงระลึกและตระหนักถึงความสำคัญของการได้เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเรือเพื่อร่วมกันเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่กองทัพเรือ พร้อม ๆ กับส่งเสริมภาพลักษณ์และคุณค่าของทหารเรือหญิงตามเจตนารมณ์ของผู้ริเริ่มแตะผู้สนับสนุนกาจัดตั้งสำนักงานทหารเรือหญิง

วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ เป็นวัน สำคัญของทหารเรือหญิง กล่าวคือ เป็นวันที่ ทร. โดย พล.ร.อ.ประเจตน์ ศิริเดช ผบ.ทร. อนุมัติให้จัดตั้ง “สำนักงานทหารเรือหญิงผู้ใหญ่” (สน.ทร.หญิง)เพื่อทำหน้าที่ดูแลความประพฤติและการปฏิบัติตัวของทหารเรือหญิงให้อยู่ในมาตรฐานที่สมควร ป้องกันและกำจัดความเสื่อมเสียที่อาจเกิดแก่เกียรติยศของทหารหญิง ส่งเสริมภาพลักษณ์และคุณค่าของทหารเรือหญิงรวมทั้งเพื่อป้องกันมิให้มีการจัดตั้งกลุ่มหรือแกนนำในการเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ของทหารเรือหญิงโดยขัดแย้งกับสถานภาพของการเป็นทหารพร้อมกับแต่งตั้ง น.อ.หญิง พาที วาสกุล รอง ผอ.สวพ.ทร. เป็นหัวหน้าสำนักงานทหารเรือหญิง มีเจ้าหน้าที่ ๘ นาย และที่ปรึกษาตันกฎหมายอีก ๑ นาย รวมเป็น ๑๐ นาย และให้มีสำนักงานอยู่ที่พระตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้า (เก๋งพระปิ่น) พระราชวังเดิม

8
10

สน.ทร.หญิงเป็นหน่วยเฉพาะกิจขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการทหารเรือการจัดตั้ง “สำนักงานทหารเรือหญิงผู้ใหญ่” เป็นความริเริ่มของ พล.ร.ท.ทำนุ เนตรโรจน์ขณะดำรงตำแหน่งผบ.กองเรือป้องกันฝั่งกร.ที่มี เจตนารมณ์ในการจัดตั้งสำนักงานทหารเรือหญิงผู้ใหญ่เช่นเดียวกับที่มี การจัดตั้งในกองทัพของประเทศที่เจริญแล้ว โดยได้นำแนวความคิด เรียนผบ.ทร. จนกระทั่งนำไปสู่การอนุมัติจัดตั้ง “สำนักงานทหารเรือหญิงผู้ใหญ่” ในที่สุด

ในระยะเริ่มแรกสำนักงานทหารเรือหญิงผู้ใหญ่ยังไม่เป็นที่รู้จัก มากนัก เจ้าหน้าที่ สน.ทร.หญิง จึงร่วมไปกับคณะของจเรทหารเรือ เมื่อ จร.ทร. ไปตรวจหน่วยต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ก็ภารกิจและหน้าที่ ของ สน.ทร.หญิง รวมทิ้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติตน และการแต่งกายที่ถูกต้องเหมาะสมให้แก่ข้าราชการลูกจ้าง และพนักงานราชการหญิงได้ทราบ ส่วนการปฏิบัติงานที่สำนักงาน เจ้าหน้าที่สน.ทร.หญิง ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปประจำที่สำนักงาน ที่พระตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเพื่อรับเรื่องและให้คำปรึกษาปัญหาต่าง ๆ จนกระทั่งปี ๒๕๓๙ พระตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้า ได้รับ การอนุรักษ์และดูแลโดยมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม สน.ทร.หญิง จึงย้ายสำนักงานไปอยู่ที่อาคาร ๕ ชั้น ๒ กองบัญชาการ กองทัพเรือ

43.ตรงหน้าวันทยาหัถต์
40.ท่าคลุกเข่า

ต่อมาเมื่อ พล.ร.ต.หญิงพาชื่น วงศาโรจน์ เป็นหน.สน.ทร.หญิง ได้พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้ทหารหญิงทุกคนใน ทร. ได้มีส่วนร่วมและ มีความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของ สน.ทร.หญิง ประกอบกับที่ผ่านมาการดำเนินงาน ของสน.ทร.หญิง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยได้ให้คำแนะนำ เรื่องต่าง ๆ เช่น การแต่งกาย ระเบียบวินัยและการปฏิบัติตัวที่ตัวดีงาม แก่ทหารเรือหญิงทุกชั้นยศ ทุกกลุ่มอายุ ไม่ได้ดูแลเฉพาะทหารเรือหญิง ผู้ใหญ่เท่านั้น จึงเสนอ ทร.ขออนุมัติแก้ไขชื่อจาก “สำนักงานทหารเรือหญิงผู้ใหญ่” เป็น “สำนักงานทหารเรือหญิง” (แต่ยังใช้ชื่อย่อว่า “สน.ทร.หญิง” เหมือนเดิม) ซึ่ง ทร.อนุมัติให้แก้ไขชื่อเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๗ ปัจจุบัน สน.ทร.หญิง มีเจ้าหน้าที่ จำนวน ๑๑ นาย (รวมที่ปรึกษาด้านกฎหมาย) โดยเจ้าหน้าที่และ ผู้ช่วยเลขานุการประจำ อยู่ที่สำนักงาน ส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ปฏิบัติงานในหน่วยต้นสังกัด ตามปกติแต่จัดประชุมเพื่อหารือการดำเนินงานต่าง ๆ เป็นประจำทุกเดือน